Skip to content

เรื่องเล่าจากนักเพาะเห็ดมือใหม่


 “ฝนตกหยิมๆ ยายฉิมเก็บเห็ด”…เคยได้ยินวลีนี้มาตั้งแต่เด็ก และวันนี้ก็ยังพอได้ยินคนพูดถึงอยู่บ้าง แต่หลายคนอาจไม่ทราบว่ามาจากเพลง “ยายฉิมเก็บเห็ด” ซึ่งแต่งโดย ชลอ ไตรตรองสอน ร้องโดย อัมพร ประทีปเสน เนื้อเพลงที่ถูกต้องเขาร้องท่อนแรกว่าอย่างนี้ค่ะ…

“ฝนตกหยุมหยิม ตัวฉันยายฉิมจะไปเก็บเห็ด…ได้เห็ดมามากมาย ฉันจะเอามาขายที่เมืองเพชร…มีทั้งเห็ดหมากและเห็ดโคน ยายฉิมตะโกนร้องขายเห็ด เอ้อ…เอิงเงิงเงย ฯลฯ”

คงมีคนกำลังอมยิ้มกับเนื้อเพลงที่เกิดไม่ทันฟังอยู่แน่เลย ใช่ไหมคะ ก็เพราะเพลงนี้น่ะมีอายุตั้งครึ่งศตวรรษมาแล้ว สมัยก่อนยังไม่มีการเพาะเห็ดในเชิงพาณิชย์เหมือนปัจจุบันนี้ เห็ดเป็นผลผลิตที่หาได้จากป่าเท่านั้น ซึ่งในเมืองไทยจะขึ้นชุกชุมในช่วงฤดูฝนและต้นหน้าหนาว สมัยที่ป่ายังอุดมสมบูรณ์ ชาวบ้านก็เพียงถือตะกร้าเดินเข้าป่า ไปก้มๆหาดูตามขอนไม้ผุและตามพื้นดินที่มีใบไม้เปื่อย ก็จะได้เห็ดกลับบ้านเต็มตะกร้าแล้ว เห็ดป่าที่ยายฉิมเก็บได้ มีทั้ง เห็ดโคน เห็ดเผาะ เห็ดหมาก (เห็ดชานหมาก) เห็ดมัน (เห็ดมันปู) เห็ดมะม่วง (เห็ดขอนมะม่วง)…เอามาทำแกงเห็ด น้ำพริกเห็ด แซบหลาย เหลือกินก็ยังเอาไปขายในตลาดได้อีก

แต่เมื่อพื้นที่ป่าเริ่มลดลงและป่าไม่ได้เป็นแหล่งอาหารที่อุดมสมบูรณ์เหมือนเช่นที่เคยเป็นมา ความนิยมของผู้บริโภคประกอบกับการพัฒนาองค์ความรู้ด้านการเพาะเห็ด ทำให้เกิดการเพาะเห็ดในเชิงพาณิชย์ขึ้น โดยเฉพาะการเพาะเห็ดถุงซึ่งช่วยให้เราสามารถมีเห็ดไว้บริโภคได้ทุกฤดูกาล

เห็ดที่นิยมเพาะขายและเป็นที่นิยมรับประทานกันมากในปัจจุบัน เช่น เห็ดฟาง เห็ดนางฟ้า เห็ดนางรม เห็ดหูหนู เห็ดหอม เห็ดขอน เห็ดเข็ม เห็ดนางนวล เห็ดยานาหงิ เห็ดแชมปิญอง เห็ดเป๋าฮื้อ ฯลฯ นอกจากนั้น ยังมีเห็ดที่ใช้เป็นยา เช่น เห็ดหัวลิง เห็ดหลินจือ เป็นต้น

เห็ดเป็นอาหารที่จัดอยู่ในประเภทผัก แต่รสสัมผัสของเห็ดแตกต่างไปจากผัก เพราะมีทั้งความเหนียวหนุบกรุบกรอบและบางชนิดยังมีรสชาติที่ละม้ายคล้ายเนื้อสัตว์ เช่น เห็ดฟาง เห็ดเป๋าฮื้อ ฯลฯ จะบอกว่า การนำเห็ดมาปรุงอาหาร ไม่ต้องถึงขั้นมีเสน่ห์ปลายจวักก็สามารถทำให้อร่อยได้ไม่ยาก เพราะเห็ดมีความอร่อยในตัวอยู่แล้ว และสามารถทำได้หลายเมนูไม่ว่าจะเป็น ต้ม ยำ ทำแกง หรือทอด และที่สำคัญเห็ดมีคุณค่าอาหารสูง โดยเฉพาะโปรตีนที่สามารถทดแทนโปรตีนจากเนื้อสัตว์ได้ มีกรดอะมิโน วิตามินบี วิตามินซี และเกลือแร่ ซึ่งเป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย เห็ดบางชนิดยังมีสรรพคุณในทางยา สามารถนำมาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ได้ เช่น เห็ดหลินจือ ใช้ป้องกันโรคและบำรุงร่างกาย เห็ดหัวลิง ใช้ต้านมะเร็ง เป็นต้น เห็ดจึงเป็นอาหารเพื่อสุขภาพที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง

เห็ดในเมืองไทยแบ่งเป็นเห็ดที่กินได้ เห็ดพิษ เห็ดพื้นบ้านหรือเห็ดป่า และเห็ดที่เพาะขาย นักบริโภคเห็ดตัวจริงจะทราบดีว่าเห็ดป่านั้นอร่อยแหร่มกว่าเห็ดที่เพาะขึ้นเอง แต่ก็คงยากที่เราจะได้กินเห็ดป่ากันบ่อยๆ เรื่องรสชาติแม้จะด้อยกว่าบ้าง แต่เห็ดที่เพาะขายก็ทำให้เรามีเห็ดมากมายหลายชนิดให้บริโภคได้ทุกฤดูกาล คุณค่าทางอาหารก็ไม่ได้ด้อยไปกว่ากัน เว้นก็แต่เห็ดชนิดเดียวที่ต้องรอเก็บจากธรรมชาติเท่านั้น นั่นก็คือเห็ดโคน เพราะจนกระทั่งวันนี้ก็ยังไม่มีใครสามารถเพาะได้สำเร็จ เห็ดโคนมักจะขึ้นอยู่ตามจอมปลวก จึงมีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า เห็ดปลวก นอกจากจะมีรสหวานอร่อยกว่าเห็ดอื่นๆแล้ว ยังมีสรรพคุณช่วยให้เจริญอาหาร บำรุงกำลัง แก้บิด แก้คลื่นไส้ อาเจียน แก้ไอ ละลายเสมหะ การทดลองทางเภสัชศาสตร์พบว่าน้ำที่สกัดจากเห็ดโคนสามารถยับยั้งเชื้อโรคบางชนิดได้ เช่น เชื้อไทฟอยด์ แต่เห็ดโคนจะมีเพียงปีละครั้งเท่านั้น ราคาจึงค่อนข้างแพงสมกับความอร่อยและหายาก

…สงสัยเคยเป็นญาติกับยายฉิมแต่ชาติปางก่อนหรือเปล่าหนอ จู่ๆ “ผักหวาน” ก็นึกอยากเพาะเห็ดขึ้นมาน่ะค่ะ แต่จะว่า “จู่ๆ” ก็ไม่เชิง เพราะแอบได้แรงบันดาลใจเล็กๆจากการได้อ่านบทสัมภาษณ์ คุณจิรวุฒิ อินทรานุกูล เจ้าของฟาร์มเห็ดจิรวุฒิที่ชัยภูมิ ในนิตยสารหญิงไทยเมื่อหลายปีมาแล้ว คุณจิรวุฒิประสบความสำเร็จในการเพาะเห็ดยานาหงิ หรือเห็ดโคนญี่ปุ่น ตั้งแต่เมื่อเห็ดชนิดนี้ยังไม่ค่อยแพร่หลายในเมืองไทยมากนัก และปัจจุบัน ฟาร์มเห็ดจิรวุฒิยังได้กลายเป็นแหล่งเรียนรู้เรื่องการเพาะเห็ดให้กับบุคคลทั่วไปอีกด้วย

ก่อนที่เราจะลงมือทำสิ่งที่เราไม่มีความรู้มาก่อน จำเป็นต้องศึกษาหาข้อมูลซึ่งในยุคนี้ แหล่งข้อมูลของ “ผักหวาน” ก็คือ อากู๋ google (อีกแล้ว) ตามอ่านข้อมูลที่เกี่ยวข้องเท่าที่จะหาได้ในเน็ต เพื่อพาตัวเองเข้าไปรู้จักกับโลกของเห็ดพอให้มีพื้นฐานบ้างเสียก่อน ต้องขอบคุณเทคโนโลยีทันสมัยที่ทำให้เราได้รู้ในสิ่งที่อยากรู้เพียงแค่ปลายนิ้วคลิกจริงๆค่ะ หลังจากอ่านไปอ่านมาก็จับความได้ว่า เห็ดที่เหมาะกับมือใหม่หัดเพาะที่สุดก็คือ เห็ดในตระกูลนางรมและนางฟ้า เพราะเป็นเห็ดที่เลี้ยงง่าย เหมาะกับสภาพอากาศร้อน ผลผลิตเยอะ และเป็นที่ต้องการของตลาด

ได้ทราบข้อมูลพื้นฐานบ้างแล้ว “ผักหวาน” ก็เริ่มตามล่าหาของฟรีตามประสาคนเบี้ยน้อย แค่เสิร์ชคำว่า “อบรมเพาะเห็ด” ก็ได้เจอ “คนที่ใช่” ทันทีเลยค่ะ…มูลนิธิลูกพระดาบส จัดอบรมให้ฟรีสำหรับบุคคลทั่วไปที่สนใจการเพาะเห็ด จริงๆแล้ว เขามีโปรแกรมการอบรมสองแบบคือ อบรม 1อาทิตย์ กับอบรมวันเดียว โปรแกรม1อาทิตย์ เป็นการอบรมเพาะเห็ดแบบครบวงจร ซึ่งจะสอนกันแบบละเอียดลออ เจาะลึก ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ นับตั้งแต่ทฤษฎีการเพาะเห็ด การเขี่ยเชื้อเพื่อทำก้อนเชื้อเอง การดูแลและป้องกันโรคและศัตรูพืชของเห็ด ตลอดจนถึงการหาตลาด การแปรรูปเห็ดเพื่อทำเป็นธุรกิจ แต่มือใหม่อย่าง “ผักหวาน” ขอชิมลางแบบวันเดียวก่อนแล้วกันค่ะ

โครงการลูกพระดาบสเป็นโครงการพระราชดำริซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้จัดตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ.2541 บนเนื้อที่ขนาด 467 ไร่ ที่ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ โดยดำเนินกิจกรรมการเกษตรแบบผสมผสานในลักษณะพึ่งพาตนเองตามแนวพระราชดำริ และพัฒนาให้เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ และถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านการเกษตร การเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร สมุนไพร การใช้พลังงานทดแทน และอื่นๆ เพื่อสนับสนุนการเรียนการสอนของศิษย์พระดาบสหลักสูตรการเกษตรพอเพียง และช่างไม้เครื่องเรือนของโรงเรียนพระดาบส การศึกษา ค้นคว้าวิจัย และพัฒนาการถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่ชุมชน การท่องเที่ยวเชิงเกษตร ตลอดจนใช้เป็นสถานที่ฝึกอบรม ฝึกปฏิบัติงาน และศึกษาดูงานของนักเรียน นิสิต นักศึกษา เกษตรกร และประชาชนทั่วไป โดยให้อยู่ในความรับผิดชอบร่วมกันของสำนักพระราชวัง มูลนิธิพระดาบส และจังหวัดสมุทรปราการ

อย่างที่บอกว่า “ผักหวาน” เลือกโปรแกรมอบรมในวันเดียวซึ่งสมัครง่ายมากค่ะ เพราะไม่ต้องยื่นเอกสารใดๆทั้งสิ้น เพียงโทร.ไปแจ้งชื่อและเลือกวันที่จะไปอบรมเอาไว้ก่อน ถึงเวลาก็ไปแต่ตัวกับหัวใจ อ้อ ! มีสมุดสำหรับเลกเชอร์อีกเล่ม (เสียดายที่วันนั้นไม่ได้หยิบกล้องคู่ใจใส่กระเป๋าไปด้วย เลยไม่มีภาพบรรยากาศการอบรมมาให้ชมกัน ต้องขออภัยด้วยค่ะ)

บรรยากาศการอบรมส่วนใหญ่เป็นการบรรยายพร้อมฉายสไลด์ให้ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับเรื่องเห็ด เช่น ชนิดของเห็ด เห็ดกินได้และเห็ดพิษ การเพาะเชื้อเห็ด การเปิดดอกเห็ด การเกิดโรคและศัตรูพืช การแปรรูป การมองหาตลาดที่เหมาะสม รวมถึงเมนูอาหารจากเห็ด ทั้งหมดเป็นข้อมูลที่ไม่ได้ลงลึกถึงรายละเอียดเนื่องจากเวลาที่จำกัดเพียงไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น ผู้เข้าอบรมมีทั้งคนที่กำลังหัดเพาะ ผู้ที่คิดจะลงทุนทำฟาร์มเห็ดอย่างจริงจัง มือสมัครเล่นที่เพิ่งหัดเพาะเอาไว้รับประทานเองที่บ้านหรือเพิ่งเริ่มทำฟาร์มใหม่ๆ และคนที่มีประสบการณ์ฉิวเฉียดเพียงแค่ชอบกินเห็ดอย่าง “ผักหวาน” ความรู้ปลีกย่อยจึงได้จากการซักถามข้อสงสัยและปัญหาต่างๆของนักเพาะเห็ดมือใหม่ ที่ทำให้ได้ความรู้ในมิติต่างๆเพิ่มขึ้นอีกหลายอย่าง

การบรรยายสิ้นสุดลงเมื่อตอนบ่ายแก่ๆ โปรแกรมสุดท้ายก่อนกลับบ้านคือกิจกรรมที่ทุกคนรอคอยนั่นก็คือ การไปชมโรงเพาะเห็ดเพื่อให้เห็นหน้าเห็นตากันเสียหน่อยว่า ก้อนเชื้อเห็ดและดอกเห็ดเป็นอย่างไร ลักษณะการทำโรงเพาะ การระบายอากาศ ไปจนถึงโรงบ่มก้อนเชื้อ…ตื่นเต้นจริงๆที่ได้เข้าไปเห็นดอกเห็ดเบ่งบานอยู่ในโรงเพาะ มหัศจรรย์ประมาณเหมือนเห็นกล้วยไม้ออกดอกเลยละค่ะ แถมวิทยากรท่านยังสาธิตการเก็บเห็ดให้ชมกัน ได้เห็ดนางรมฮังการีมาตะกร้าใหญ่ๆ วิทยากรท่านก็นำมาใส่ถุงชั่งกิโลฯ แบ่งสันปันส่วนให้พวกเราได้ (แย่งกัน) ซื้อกลับบ้านคนละถุงสองถุง เป็นครั้งแรกที่ได้กินเห็ดสดใหม่ขนาดนี้ แค่นำมาผัดน้ำมันหอยใส่ต้นหอมก็อร่อยล้ำแล้วค่ะ

จากจุดเริ่มต้นในวันนั้น “ผักหวาน” ก็นำมาขยายผลต่อด้วยการให้ช่างมาต่อเติมห้องว่างหลังบ้านให้เป็นโรงเพาะเห็ดเล็กๆ ห้องปูนโล่งๆที่มีเพียงช่องหน้าต่างและช่องประตู ช่างเพียงแต่เอาไม้มาตีเป็นราวสำหรับแขวนเห็ดไว้ด้านบน แล้วใช้ตาข่ายพลาสติกมากรุหน้าต่างและประตู เท่านี้ก็ได้โรงเพาะเห็ดที่มีอากาศถ่ายเทแบบประหยัดต้นทุนแล้ว การทำโรงเพาะแบบนี้เขาเรียกว่าแบบปิดค่ะ ซึ่ง “ผักหวาน” เห็นว่าดีสำหรับมือใหม่ เพราะเราสามารถควบคุมอุณหภูมิและทำความสะอาดได้ง่ายและยังป้องกันแมลงศัตรูเห็ดได้ดีกว่าด้วย

เอาละ ตอนนี้โรงเพาะพร้อม คนพร้อม แต่ว่า…ก้อนเชื้อเห็ดจะไปเอาที่ไหนล่ะเนี่ย !!!

 

หมายเหตุ โครงการลูกพระดาบส จัดอบรมการเพาะเห็ดครบวงจรสำหรับบุคคลทั่วไปที่สนใจตลอดทั้งปี โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย สนใจติดต่อสอบถามได้ที่…โครงการลูกพระดาบส สมุทรปราการตามพระราชดำริ โทรศัพท์ 08-6428-4055 หรือดูรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ http://lukphradabos.org

 

**ขอขอบคุณบทความดี ๆ จากนิตยสารหญิงไทย ฉบับบที่ 875
คอลัมนิสต์/นักเขียน: ผักหวาน
ชื่อคอลัมน์: เกษตรพอเพียง